thecopfc
footbalหน้าหลัก footbalรายชื่อผู้เล่น footbalประวัติผู้เล่น footbalคลิปประทับใจ footbalวอลเปเปอร์ footbalติดต่อโฆษณา

ประวัิติสโมสรลิเวอร์พูล

 
 
        ลิเวอร์พูลเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกาะอังกฤษมามากกว่าร้อยปี ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ทุกๆคนต่างล่วงรู้กันอย่างดาษดื่น แต่หากจะพลิกแฟ้มประวัติของสโมสรแห่งนี้อย่างจริงจัง ต้นกำเนิดของสโมสรนี้หาได้แตกต่างจาก การก่อกำเนิดสโมสรคู่รักคู่แค้นร่วมเมืองมาแต่ช้านานอันเรียกว่า ท๊อฟฟี่แห่งกูดิสันปาร์คก็ว่าได้ นั่นคือ สโมสรเอฟเวอร์ตันนั่นเอง โดยทั้งนี้ทั้งนั้น สืบเนื่องมาจากว่า ในแรกเริ่มเดิมทีนั้น สองทีมยักษ์ใหญ่ที่ห้ำหั่นต่อสู่เพื่อแย่งชิงตำแหน่งที่ 4 เพื่อไป UCL ในฤดูกาลนี้นั้นมีต้นกำเนิดมาจากต้นตอเดียวกัน หรือเรียกได้ว่า แรกเริ่มเดิมทีคือสโมสรเดียวกันนั่นเอง และภายหลังกลุ่มผู้บริหารได้มีความคิดแตกแยกแตกคอกัน จึงมีการแยกทีมออกเป็นสอง และกลายมาเป็น ลิเวอร์พูลและเอฟเวอร์ตันในท้ายที่สุด

liverpool  


เป็นที่กล่าวขานมาแต่ช้านานว่า นโยบายในการสร้างทีมหงส์แดงในยุคก่อตั้งนั้น กับนโยบายในการสร้างทีมให้ยิ่งใหญ่อย่างสุดยอดในช่วง ปี 60 นั้น คล้ายคลึงกันอย่างยิ่งยวด เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้มีจุดกำเนิดมาในยุค ปลายศตวรรษที่ 19 ที่จอห์น โฮลดิ้ง นักธุรกิจท้องถิ่น และ วาที่นายกเทศมนตรีแห่งเมือง ลิเวอร์พูล ได้เช่าพื้นที่ ในการสร้างสนามฟุตบอลที่ แอนฟิลด์ โร้ด ณ เวลานั้น เขาได้เช่าที่ต่อจาก บรษัทผลิตเบียร์ยักษ์ใหญ่ในท้องถิ่น ออร์เรลล์ บราเธอร์ บริวเวอร์รี่ ก่อนที่จะปล่อยให้เอฟเวอร์ตันมาเช่าต่อ ซึ่งตอนนั้นคือปี 1884 ซึ่งเอฟเวอร์ตัน เอฟซี ได้กำเนิดขึ้นก่อนแล้ว 4 ปี ต่อมาพวกเขาเป็นสมาชิกของฟุตบอลลีค

โฮลดิ้ง เป็นนักธุรกิจที่มองการไกลอย่างแท้จริง โดยได้ขึ้นค่าเช่า แถมยังพยายามหาลู่ทางที่จะเข้าไปบริหารสโมสรท๊อฟฟี่อย่างเป็นบ้าเป็นหลัง โดยเฉพาะในส่วนของโภคชนาการ จนเมื่อปี 1892 กลุ่มผู้บริหารของเอฟเวอร์ตัน ตัดสินใจยกเลิกสัญญาเช่า และข้ามฟาก ผ่านส่วนสาธารณะ สแตนลีย์ปาร์ค ในอันจะไปสร้างสนามกูดิสันปาร์คนั่นเอง ซึ่งทำให้ทางโฮลดิ้ง เกิดปัญหา เมื่อสนามฟุตบอลมี แต่ไม่มีทีมเล่น จนเขาได้สร้างทีมฟุตบอลขึ้นมาเพื่อใช้สนามฟุตบอลแห่งนี้ แอนฟิลด์ โร้ด โดยเฉพาะมีการจัดตั้งทีมบริหารอย่างแท้จริง ณ เวลานั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ที่จะทำสิ่งนี้ได้ เพราะทางเอฟเวอร์ตันนั้นเป็นทีมที่ชัดเจนมากๆอยู่แล้ว อีกทั้งยังเป็นสมาชิกฟุตบอลลีคอีกต่างหาก แต่ถึงอย่างไรก็ตามนั่นไม่ได้เป็นอุปสรรคสำคัญอะไรที่จะทำให้โฮลดิ้ง ล้มเลิกสิ่งที่เขาคิดจะทำ โดยเขาได้ติดต่อ จอห์น แม้คเคนน่า มาดำรงตำแหน่งประธานสโมสรแห่งใหม่แห่งนี้ โดยตั้งชื่อสโมสรตามชื่อเมืองว่า ลิเวอร์พูลเอฟซี

ได้มีการคัดเลือกนักฟุตบอลมาเล่นในทีมใหม่แห่งนี้ แต่มีหลากหลายปัญหาซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่สามารถแก้ไขได้โดยง่าย อันเนื่องมาจากว่า นักฟุตบอลที่ได้เข้ามาเล่นในทีมหงส์ส่วนมาก มักจะเป็นนักฟุตบอลที่ไม่ผ่านการคัดเลือกจากเอฟเวอร์ตัน ถือได้ว่าเป็นผู้เล่น เกรดธรรมดาๆ ต่ำกว่ามาตรฐาน ด้วยเหตุนี้ ทางแม็คเคนน่าจึงได้หาหนทางอื่นๆเข้ามาเพื่อทำให้ทีมนี้ยิ่งใหญ่ให้จงได้ โดยต้องทำให้มีนักเตะฝีเท้าดีมาอยู่ในทีมให้จงได้ จึงได้ชักชวนเพื่อนฝูงแถวสก๊อต และ ไอร์แลนด์ให้เลือกเฟ้นนักเตะแจ่มๆมีแววดี มาเล่นให้กับหงส์แดง ซึ่งในเวลาต่อจากนั้น นักเตะสายเลือ สก๊อตติช ไอริช จึงเป็นตัวจักรสำคัญในความสำเร็จอย่างแท้จริงของหงส์แดงมาตลอดระยะเวลา 30 ปี

ได้มีการจดบันทึกลงในประวัติศาสตร์ทีมหงส์ว่า วันที่ 1 กันยายน 1892 เรียกได้ว่าเป็นนัดแรกของทีม ซึ่งหงส์แดงชนะ รอธเธฮแฮมไป 7-1 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของบอลลีคแห่งแคว้น แลงกาเชียร์ ได้มีการบันทึกไปว่า หงส์แดงเล่นไป 22 นัด ชนะไป 17 และก็คว้าแชมป์แห่งลีค แลงคาเชียร์ไปครองแบบสบายเท้า ในปีแรกที่เข้าแข่งเลยก็ว่าได้ ซึ่งนี่เองที่เป็นจุดกำเนิดแนวคิดที่จะส่งสโมสรเข้าสู่ฟุตบอลลีคของประเทศ และได้รับการบรรจุชื่อเข้าไปในปี 1893 ซึ่งเป็นดิวิชั่น 2 ของลีคอังกฤษ

ณเวลานั้น ลิเวอร์พูลได้ยึดเอาสัญลักษณ์ livers bird ซึ่งเป็นนกแถบทะเลไอริช บริเวณปากน้ำ เมอร์ซีย์ไซด์ มาเป็นสัญลักษณ์ของสโมสร โดยที่ปากของนกคาบใบไม้ หรือ ช่อมะกอกให้ดูขลังและเป็นทางการที่เป็นที่ยอมรับกันในตอนนั้น

นัดแรกอย่างเป็นทางการของบอลลีคคือ วันที่ 2 กันยายน ปี 1893 ซึ่งหงส์แดงออกไปเยือน โบโร่ และหงส์แดงก็ฟอร์มจัดจ้านมากๆ และปีนั้นหงส์แดงได้แสดงศักยภาพด้วยการคว้าแชมป์ ดิวิชั่น 2 ได้อย่างน่าตาเฉยในปีแรกที่สมัครเป็นสมาชิก ด้วยสถิติสุดยอด แข่ง 28 นัดไม่แพ้ใครเลย แต่การคว้าแชมป์ดิวิชั่นสองในตอนนั้น ไม่ได้หมายถึงการได้เลื่อนชั้นไป เล่น ดิวิชั่น 1 อย่างปัจจุบันนี้ แต่ หงส์แดงต้องทำการแข่งขันเพลย์ออฟ ด้วยการแข่งกับทีมอันดับ สองในตอนนั้น ซึ่งก็คือ นิวตั้น ฮีต (หรือ แมนยูในปัจจุบัน) ที่สนามของแบล็คเบิร์น ซึ่งทีมที่ชนะเพลย์ออฟจะได้เลื่อนชั้นไปเล่นดิวิชั่น 1 และ นี่คือจุดกำเนิดยอดทีมแห่งเกาะอังกฤษอย่างแท้จริง เพราะ หงส์แดง เอาชนะ ผีแดงในชื่อนิวตั้น ฮีตได้สำเร็จ 2-0
บททดสอบในลีคสูงสุดก็ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อ หงส์แดงต้องเจอกับยอดทีมในอดีต เรียกได้ว่า เป็นอภิมหาอำนาจลูกหนังในตอนนั้นก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น เปรสตัน ฮัดเดอร์สฟิลด์ แบลฺ๊คเบิร์น และโดยเฉพาะ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งศึกดาร์บี้แมตช์นัดแรก นั้น หงส์แดงแพ้ไป 3-0 ที่กูดิสันปาร์ค และ ในนัดที่สองในบ้าน ก็ทำได้ดีที่สุดแค่เสมอ 2-2 และนี่คือปฐมบทอย่างแท้จริงของ เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้แมตช์ ..

หงส์แดงผงาดไม่ออกในศึกดิวิชั่น 1 เมื่อจบฤดูกาล พวกเขารั้งอันดับบ๊วย และตกชั้นกลับไปเล่น ดิวิชั่น 2 อีกครั้ง และต่อมาแค่ปีเดียว ก็กลับมาเล่น ดิวิชั่น 1 อีกรอบ ในสมัยการคุมทีมของ ทอม วัตสัน ซึ่งการขึ้นมาครั้งนี้ หงส์แดงไม่ได้ตกชั้นลงไปอีก หากแต่ประสบความสำเร็จมากขึ้นด้วย

ปี 1899 ลิเวอร์พูลจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งรองแชมป์ และอีกเพียง สองปี ถัดมา หงส์แดงก็ได้คว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรเป็นผลสำเร็จ
ปี 1902 โฮลดิ้ง เสียชีวิต แต่ได้รับการยกย่องจากสองสโมสรแห่งเมืองลิเวอร์พูล ในฐานะที่เป็นจุดกำเนิดของทีมอย่างแท้จริง แต่ไม่นานหลังจากนั้น หงส์แดงก็ตกชั้นไปเล่นดิวิชั่น 2 ซะงั้น ซึ่งเป็นปี 1904 ...ตกชั้นไป สองปี หงส์แดงก็กลับขึ้นมาเล่น ดิวิชั่น 1 อีกครั้ง และคว้าแชมป์ในทันที ในปี 1906 นักเตะทุกคนได้รับรางวัลด้วยการยกทีมไปเที่ยวฝรั่งเศส เหอๆๆ

ฉายาเดอะค๊อปได้ถือกำเนิดขึ้น เมื่อหงส์แดงได้สร้างสนามใหม่ ซึ่งทางหนังสือพิมพ์ ท้องถิ่นได้ตั้งชื่ออัฒจันทน์ใหม่ให้กับทางสโมสรว่า สเปียนค๊อป โดยนักข่าวชื่อ เออร์เนสต์ เอ็ดเวิร์ดส์ ซึ่งสเปียนค๊อป คือ ชื่อของเนินเขา ที่นาทาล ในสงครามบัวร์ ในแอฟริกา เมื่อปี 1900 ซึ่งสเปียนค๊อป แปลได้ตรงตัวว่า จุดได้เปรียบ หรือ เป็นต่อ ในครั้งนั้น อังกฤษส่งทหารเข้าร่วม 300 นาย และได้เสียชีวิตกว่าครึ่ง โดยส่วนมากเป็นทหารที่มาจากเมืองลิเวอร์พูล และทางสโมสรได้เห็นด้วยที่จะตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติ แห่งความกล้าหาญ ของ ผู้กล้าตายสเปียนค๊อป จึงตั้งชื่ออัฒจันทน์ตามนี้ และใครก็ตามที่ไปดูเกมบริเวณอัฒจันทน์นั้น จะถูกเรียกว่าเดอะค๊อปโดยปริยาย

และแล้วก็เกิดเรื่องขึ้น อันนำมาซึ่งความอับอายและอื้อฉาวจนหาที่เปรียบไม่ได้แล้ว เมื่อหงส์แดง และ คู่แค้นตลอดกาลอย่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้มีการล้มบอลให้กันเกิดขึ้น ในฤดูกาล 1914/1915 โดยนัดนั้น แมนยู ต้องชนะหงส์แดงสถานเดียวจึงจะรอดจากการตกชั้น ปรากฎว่าจบเกม ผีแดงชนะ ไป 2-0 รอดพ้นไปได้ แต่ ไม่อาจจะรอดพ้นจากการสอบสวนบอล ลีค เมื่อ 8 นักเตะจากสองทีม โดนห้ามเล่นฟุตบอลตลอดชีวิต แต่โชคดีที่ไม่โดนปรับตกชั้นทั้งคู่ และในเวลาต่อมา เกิดสงครามโลกขึ้น (สงครามโลกครั้งที่ 1) พอหมดสงคราม บทลงโทษต่างๆได้ถูกยกเลิกด้วยเหตุผลที่ ทีมต้องฟื้นฟูและสร้างทีมกันขึ้นใหม่ เพราะความเสียหายจากสงครามโลก แต่ ด้วยเหตุผลหลักจริงๆที่โทษแบนถูกยกเลิกนั้นเพราะ ประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษในตอนนั้น คือ อดีตประธานหงส์แดง จอห์น แม็คเค็นน่านั่นเอง เหอๆๆๆ

ปี 1945 สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง หงส์แดงก็โดดเด่นขึ้นมา ภายใต้การทำทีมของ จอห์น เคย์ ซึ่งได้ระดับนักเตะจากสก๊อตแลนด์ และคว้มแชมป์ดิวิชั่น 1 มาครองอีกครั้ง และหลังจากนั้น หงส์แดงก็ผลัดขึ้น ผลัดตกชั้น จาก 1 ไป 2 จาก 2 มา 1 ตลอดเวลา และความตกต่ำก็มีขึ้นอย่างแท้จริงจนได้ เมื่อ ในปี 1954 หงส์แดงตกชั้นไปอีก และ ดำรงค์คงอยู่ในดิวิชั่น 2 นานมากๆ ผิดกว่าเมื่อก่อน มีการผลัดเปลี่ยนกุนซือหลายต่อหลายคน แต่ไม่สามารถจะฉุดหงส์ให้กลับขึ้นมารุ่งโรจน์ในดิวิชั่น 1 ได้เลย จนเมื่อเขาได้ ติดต่อ ชาวสก๊อตผู้หนึ่ง นามว่า บิลล์ แชงคลีย์ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดแห่งรากฐานแห่งความสำเร็จอย่างแท้จริงของหงส์แดงก็ว่าได้ หงส์แดงตกชั้นนาน 7 ปี และเป็นการคุมทีมของแชงคลีย์ถึงสองปี กว่าจะขึ้นชั้นมาได้สำเร็จ และเมื่อขึ้นชั้นมาได้สำเร็จ หงส์แดงไม่เคยต้องตกไปเล่นในเบื้องล่างอีกเลย
เมื่อแชงคลีย์ ได้สร้างทีมอย่างยิ่งใหญ่สุดยอด โดยมีนักเตะจากสก๊อต ไอร์แลนด์ เวลส์ อังกฤษ เป็นแกนหลักของทีมอย่างแท้จริง ซึ่ง กุโศลบายของ แชงคลีย์คือ ฟุตบอลที่เล่นง่ายๆ เน้นการส่ง และการรับบอลที่แม่นยำ เล่นด้วยทีมเวิร์ค มากกว่าวันแมนทีม

แชงคลีย์พาทีมเดินหน้าต่อไปจนประกาศศักดาในเวทียุโรป ด้วยตำแหน่ง แชมป์ ยูฟ่าคัพ ปี 72 และในปี 73 แชงคลีย์ก็ว่างมือ ให้บ๊อบ เพลสลีย์ มือขวาของเขาก้าวขึ้นมาแทนที่ ปี 77 หงส์แดงครองแชมป์ยูโรเปี่ยนมัยแรก และปีต่อมาก็คว้าแชมป์ในเกาะอังกฤษ บ๊อบพาหงส์คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพได้อีก ในปี 81 และ 84 ก่อนจะปล่อยงานต่อให้ โจแฟแก่น สานต่อ และก็เข้าชิงบอลยุโรปอีกครั้งแต่ได้แค่รองแชมป์ เพราะไม่มีกะใจจะเล่นในโศกนาฎกรรม บรัสเซลล์ เฮย์เซลสเตเดี้ยม ซึ่งมีแฟนบอลตายถึง 39 คน

นี่อาจเป็นเหตุให้แฟนแก่นลาออก และ ดัลกลิชมารับหน้าที่แทน ซึ่งกลายเป็น ผู้เล่นผู้จัดการทีมคนแรกของทีมและคว้าดับเบิ้ลแชมป์สำเร็จ แต่ ช่วงนั้นหงส์แดงโดนแบนยาวจากบอลยุโรป
เมื่อดังกลิชลาออกจากตำแหน่งมันเหมือนเป็นสัญญานบอกเหตุว่า หงส์แดงจะกลับมาตกต่ำอีกครัง เมื่อพวกเขาไม่สามารถมาเถลิงบัลลังก์แชมป์แห่งเกาะอังกฤษได้อีกเลย นับตั้งแต่ปี 90 เป็นต้นมา

เกียรติประวัติ

liverpool  

* ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง: 18

* 1901, 1906, 1922, 1923, 1947, 1964, 1966, 1973, 1976, 1977, 1979, 1980, 1982, 1983, 1984, 1986, 1988, 1990

* ฟุตบอลพรีเมียร์ชิป: 0

* n/a

* ฟุตบอลลีกดิวิชั่นสอง: 4

* 1894, 1896, 1905, 1962

* เอฟเอคัพ: 7

* 1965, 1974, 1986, 1989, 1992, 2001, 2006

* ลีกคัพ: 7

* 1981, 1982, 1983, 1984, 1995, 2001, 2003

* ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก: 5

* 1977, 1978, 1981, 1984, 2005

* ยูฟ่าคัพ: 3

* 1973, 1976, 2001

* European Super Cup : 3

* 1977, 2001, 2005

* ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ

สูงสุด รองชนะเลิศ 2005

* เอฟเอ ยูธคัพ

แชมป์ ปี 1995-96 , 2005-06 , 2006-07